หลักการปฏิบัติธรรม

พระสุนทรธรรมภาณ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี( คณะธรรมยุต)

หลักการปฏิบัติธรรมในเบื่องต้น

            เมื่อทุกท่านที่มาปฏิบัติธรรมก็ต้องมีการสมาทานศิลสิกขาบท เจริญสมาธิจิตเพื่อให้เกิดปัญญา รู้เท่าทันในกองสังขาร ความคิดนึกปรุงแต่งของอารมณ์จิต โดยการเจริญสติปัฎฐานสี่ ยืน เดิน นั่ง นอน ให้มีสติรู้กายและรู้เท่าทันจิตคิดนึกปรุงแต่ง เมื่อรู้เท่าทันเราก็ย่อมเห็นความไม่เที่ยงของสัพสิ่ง ทั้งหลาย ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตเข้าใจสิ่งสมมุติที่มนุษย์ลุ่มหลง เพื่อที่จะได้เบาบางจากตัณหาอุปาทานซึ่งเกิดโดยที่มนุษย์เราไม่รู้ตัวเอง เรียกว่าตกอยู่ในความหลงมัวเมาทำให้ชีวิตต้องเสียโอกาส ที่จะได้รับประโยชน์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์อันแสนยากลำบากนี้เป็นชีวิตอันแสนสั้น และทุกคนก็สามารถปฏิบัติธรรมได้ไม่เลือกเวลาและไม่จำกัดอายุ

             หลายคนอาจจะสงสัยว่าการปฏิบัติธรรมแล้วได้อะไรเป็นจุดเป้าหมายของชีวิต เมื่อทุกคนมีศิลมีธรรมเป็นเครื่องอยู่ในสังคมปัจจุบันจะเป็นสังคมที่น่าอยู่ การอยู่ร่วมกันก็จะมีความสุขไม่คิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเป็นพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ แต่สิ่งที่สูงยิ่งไปกว่านั้นก็คือการพ้นจากทุกข์การเวียนว่ายตายเกิด ในสังสารวัฏ เวียนเกิดเวียนตายไม่รู้จักจบสิ้น คือจุดเป้าหมายอย่างแท้จริงของหลักพุทธศาสนา

             ถ้าหากคนเรายังไม่หลุดพ้นจะได้อะไรจากการปฏิบัติธรรมหลายท่านอาจจะมีความสงสัย อุุปนิสัยของการปฏิบัติธรรมซึ่งถ้าชีวิตทุกคนมีอุปนิสัยของการเจริญกุศลจะเป็นพื้นฐานในภพต่อไป ซึ่่งจะนำไปสู่การเกิดในภพที่ดี นั้นคือ มนุษย์สมบัติ เทวดาสมบัติ และที่สุดคือนิพพานสมบัติ ไม่ตกไปสู่อบายภูมิ นรก เปรต อศูรกาย สัตว์เดรฉาน ชีวิตทุกคนจึงไม่ควรประมาท ในการปฏิบัติธรรมเจริญกุศล

   
ฟังธรรมะเพื่อความสุขสงบสบายใจ ทำให้เกิดปัญญารอบรู้ปล่อยวางจากอุปาทานคือการยึดมั่นถือมั่นในอารมณ์ต่าง ๆ ในจิตใจตนเอง คือเป้าหมายของการฟังธรรม      

สาเหตุที่มนุษย์ทุกคนต้องปฏิบัติธรรม

        มนุษย์บางคนที่เกิดมาแล้ว ยังไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไรมีอายุได้นานแค่ไหน หรืออยู่อย่างมาก 70-100 ปี  แล้วก็ต้องจบสิ้นชีวิตไป หลายคนที่ยังสงสัยเกิดมาเพื่ออะไรและตายไปแล้วเป็นอย่างไร ไปที่ไหนจะทำปฏิบัติอย่างไรในเมื่อยังมีชีวิตอยู่เมื่อคิดถึงว่าตัวเองจะต้องตายแล้ว ก็รู้สึกว่าหวาดกลัวจะหาที่พึ่งอย่างไร มีจุดเป้าหมายอย่างไร จึงเป็นสาเหตุที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติธรรมเพื่อที่จะยกระดับจิตใจของตนเองให้เป็นมนุษย์ที่มีใจสูงส่งด้วยคุณธรรมโดยสมบูรณ์เพื่อที่จะเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของตนเอง ไม่ให้ตกไปสู่นรกหรืออบายภูมิทั้งสี่ นรก เปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน เนื่องจากจิตใจไม่ได้รับการอบรมคุณธรรมจึงทำให้เสียโอกาสการเกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่ได้สร้างสมคุณงามความดีให้เกิดในจิตใจของตนเอง ปัจจุบันนั้นเราทำอะไรกันอยู่

              การปฏิบัติธรรมนั้นต้องอาศัยสถานที่สัปปายะ4 คือ ที่อยู่อาศัยเสนาสนะ  อาหารสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ บุคคลสัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญ    

              สัปปายะข้อที่ 1 สถานที่อยู่อาศัยสัปปายะ สะอาดร่มรื่นสงบปราศจากสิ่งรบกวนจิตใจ

              สัปปายะข้อที่ 2 อาหารสัปปายะ มีอาหารยังชีพเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมซึ่งจะถูกจริตของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน 

              สัปปายะข้อที่ 3 บุคคลสัพปายะ ก็มีความสำคัญต้องถึงพร้อมด้วยความเห็นเสมอเหมือนกันในด้านการปฏิบัติธรรม เช่นมีศิลเสมอเหมือนกัน มีทิฏฐิเสมอกัน มีเพื่อนกัลยามิตรที่ดีที่จะชักนำแนะนำสิ่งที่ดี

              สัปปายะข้อที่ 4 ธรรมะสัปปายะ สถานที่ใดมีธรรมะปฏิบัติดี มีผู้เจริญด้วยกุศล มีผู้ปฏิบัติดีแนะนำหลักธรรมให้ปฏิบัติอยู่ในบุญกุศล ก็ชื่อว่าธรรมะสัปปายะ ก็เป็นกำลังใจสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมให้เจริญก้าวหน้า

อุบายธรรมะในการปฏิบัติธรรม

     นอกจากพิจารณาในเรื่อง การเกิด แก่ เจ็บ ตายในชีวิตประจำวันแล้ว ซื่งจะเห็นความไร้แก่นสารสาระของสังขารร่างกายชีวิตแล้ว ก็น้อมเข้าพิจารณาตัวเองเพื่อให้เห็นความจริงของชีวิตซื่งเติมไปด้วย ความทุกข์นานับประการของสังขารร่างกาย จิตใจก็เห็นทุกข์เกิดความเบื่อหน่าย แล้วก็อยากพ้นทุกข์ ซื่งจะทำให้เห็นทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิตให้ล่วงทุกข์ไปได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ปฏิบัติธรรมจะมีความตั้งใจมากน้อยเพียงใด ก็ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับบารมีของแต่ละท่านที่สังสมบุญบารมีมามากน้อยเท่าไร เราก็ไม่อาจที่จะรับรู้ได้ในอดีตแต่ถ้ามาปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมของพุทธศาสนา จะรู้ได้ด้วยตนเอง แค่มีใจที่ต้องการปฏิบัติธรรมนี่ก็คือบุญกุศลที่สั่งสมมาแล้ว จึงเป็นเหตุปัจจัยให้มาปฏิบัติธรรมประมาทกันไม่ได้ ในเรื่องบุญกุศลที่ทำมาในอดีต แต่หลักพุทธศาสนา ให้ทำในปัจจุบันให้ดีที่สุดไม่ต้องไปคิดถึงอดีตที่ผ่านมาแล้ว แต่ให้คิดว่าเป็นประสบการณ์ที่เป็นครูสอนเราในปัจจุบัน

             ถ้าตั้งใจบำเพ็ญกุศลปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังแล้วก็สามารถ สำเร็จมรรคผลได้ในเวลา 7วัน 7เดือน 7ปี ดังมีคำกล่าวในพระไตรปิฏก ถ้าหากยังไม่มีบุญเก่าเลยแต่มาเจริญกุศลปฏิบัติธรรมเจริญสติปัฏฐาน4อย่างมุ่งมั่นไม่เกิน7 ปี ถ้ามีบุญกุศลมาบ้างเคยอบรมปฏิบัติธรรมมาบ้างก็ไม่เกินเจ็ดเดือน ถ้ามีบุญสั่งสมมาแล้วใกล้จะเต็มก็ไม่เกิน7วัน ขึ้นอยู่ว่าแต่ละท่านจะปฏิบัติถูกต้องหรือไม่และยังจะต้องเจออุปสรรคกิเลสมารในจิตใจตนเองอย่างมากมาย จะต่อสู้และผ่านพ้นไปได้มากแค่ใหน ขึ้นอยู่กับความเพียรของแต่ละท่านแต่ละคน ไม่เหลือวิสัยสำหรับผู้มีความเพียรไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันกลางคืน เรียกว่าผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ

คณะอาจารย์โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบังและพระสุนทรธรรมภาณ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี (คณะธรรมยุต)


ทุกคนเมื่อเข้าสู่สำนักปฏิบัติแล้ว ก็เข้าติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ เข้าที่พักกำหนดเวลาสมาทานรับศิล 8 ตามเวลากำหนดสวดมนต์ทำวัตรเช้าและเย็น แล้วก็ฟังธรรมนั่งเจริญสมาธิภาวนา ในขั้นแรกอาจจะปฏิบัติร่วมกันไปก่อนที่ศาลาปฏิบัติธรรม สำหรับท่านที่ต้องการอยากปฏิบัติธรรมโดยการปิดวาจาอยู่ห้องปฏิบัติ จะจัดที่พักให้ความสะดวกจัดอาหารส่งทุกวัน ซึ่งทางสำนักจะจัดอาหารมังสะวิรัติ ให้กับทุกท่านที่มาปฏิบัติธรรมอยู่ห้องปิดวาจา กำหนดเวลา สามวัน เจ็ดวันหรือ สิบห้าวัน

         หลาย ๆ ท่านอาจคิดว่าแล้วจะเสียค่าใช้จ่ายมากน้อยเพียงใด ทุกท่านที่มาปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต สาขาปากช่อง จะไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการแต่ประการใดทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับความศรัทธาและความตั้งใจของตัวท่านเอง ทางสำนักต้องการเปิดโอกาศสำหรับทุกท่านที่มีความตั้งใจปฏิบัติธรรมอบรมจิตอย่างแท้จริง หลายคนอาจจะมีความสงสัยว่าแล้วทางสำนักจะอยู่ได้อย่างไรในเมื่อไม่มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รายได้มาจากทางใหน ก็ขอบอกทุกท่านรายได้มาจากศรัทธาของผู้ที่มาปฏิบัติธรรมอาจจะมีมากบ้าง น้อยบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย เพราะสำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิตสาขาปากช่องนี้สร้างมาเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์สำหรับผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมและฝึกอบรมจิตใจของตนเองอย่างแท้จริง ให้อยู่ในกุศลธรรมและสามารถปฏิบัติ ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมมีการเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน อยู่เป็นสุขในปัจจุบันและอนาคต เมื่อสังคมอยู่เป็นสุข ชีวิตทุกคนอยู่เป็นสุขคือเป้าหมายอย่างแท้จริง ที่สุดคือพระนิพพาน


        ท่านใดมีความประสงค์จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการปฏิบัติธรรมหรือรักษาศิลด้วยความเห็นที่ถูกต้องเป็นธรรม มีสัมมาทิฏฐิขอเชิญได้ที่สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต สาขาปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นอกจากนี้ก็ยังมีหน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยโรงเรียนต่าง ๆ ได้เข้ามาอบรมจริยธรรมและคุณธรรม เป็นจำนวนมากทางสำนักก็มีพระวิทยากรทางด้านวิปัสนากรรมฐาน และทางด้านคุณวุฒิปริยัติธรรม มาบรรยายธรรมะ ให้กับองค์กรต่าง ๆ ซึ่งผลจากการประเมินได้รับความรู้ความเข้าใจในการที่จะน้อมนำธรรมะไปใช้ให้เกิดประโยชน์สุขกับตนเองและสังคมประเทศชาติต่อไป



"ไม่ควรนึกถึงถ้อยคำของผู้อื่น ว่าดีหรือไม่ดี และการงาน ของคนอื่น ว่าทำเสร็จแล้วหรือไม่ได้ทำ แต่ควรนึกถึงถ้อยคำ ของตนเองและการงานของตนเองดีกว่า"



"หนอนที่น่าเกลียด ยังพัฒนาตัวเอง

         เป็นผีเสื้อที่น่ารักได้

น้ำที่สกปรกยังพัฒนาตัวเอง

        เป็นน้ำที่สะอาดได้

คนที่ชั่วร้ายทำไมจะพัฒนา

       ตัวเองให้ดีเด่นไม่ได้เล่า"



15 เรื่องที่ทำให้เราเสียเวลาและพลังงานชีวิตไป

เราทุกคนมีเวลาในการใช้ชีวิตความเป็นอยู่เท่ากัน นั่นคือ 24 ชั่วโมงตั้งแต่ยาจก ขอทาน ไปจนถึงมหาเศรษฐีหรือพูดกัน สั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือมนุษย์ทุกสภาพฐานะต่างมีเวลา 24 ชั่วโมงใน 1 วันเท่ากันจะแตกต่างกันก็อยู่ที่บุคคลนั้นใช้เวลาได้อย่างมีค่า คุ้มค่าให้ตนได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในแต่ละวันอย่างไรและเพียงไรแต่ก็มีหลายคนใช้เวลาไม่เป็น โดยไม่เห็นคุณค่าของเวลาที่จะทำประโยชน์ให้ตนเองให้บุคคลในครอบครัวและสังคมโดยปล่อยเวลาให้สูญเสียไปในหลายเรื่องหลายอย่างหลายประการดังนี้


                 1 เสียเวลาไปกับการคุยในเรื่องต่าง ๆ ที่ไร้สาระ

                 2 ชอบเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของผุู้อื่นอย่างผิด ๆ

                 3 นั่งใจลอยคิดฝันไปกับธรรมชาติอย่างไร้จุดหมาย

                 4 ใช้อารมณ์ครุนคิดมากเป็นเวลานาน

                 5 คิดคำนึงถึงคนที่ทำให้ไม่สบายใจอยู่ไม่รู้ลีม

                 6 นั่งแคะคุ้ยความผิดความผิด คอยจับผิด

                 7 นั่ง นอนคิดหาทางรวยจากตัวเลข เสี่ยงโชคเสียเวลาไปกับการแสวงหามาก

                 8 ตามใจ ตามอารมณ์แล้วแต่จะพาไป อย่างไร้จุดหมาย

                 9 คอยคิดว่าคนอื่นจะมองตนอย่างไร ไปเสียทุกเรื่อง

                 10 เสียเวลาไปกับสภากาแฟ-น้ำชาทั้งน้ำลายและน้ำชา กว่าจะหมดก็นานเป็นชั่วโมง ๆ

                 11 ดูทีวีจบเป็นเรื่อง ๆ วันละหลายชั่วโมงได้สิ่งที่ฝังใจคือนิสัยของตัวละครที่เลว

                 12 เพลินกับการอ่านนิยายเป็นชั่วโมง

                 13 มีอารมณ์หงุดหงิด อารมณ์เสีย อารมณ์โกรธอยู่ตลอดเวลา

                 14 ลงมือทำสิ่งใด ทำไม่ตลอด ทำ ๆ หยุด ๆ จับจด

                 15 ใช้ความคิดแก้แค้นผูกพยาบาทอยู่ตลอด


                 คนที่รักความรู้ รักความเจริญก้าวหน้า ต้องการให้ชีวิตของตนของคนในครอบครัวประสบความสำเร็จ เขาจะเห็นเวลามีค่าต่อตนเองต่อคนในครอบครัว ต่อการนัดหมายกับผู้ใด ต้องรักษาเวลาให้เที่ยงตรงอยู่เสมอและพยายามใช้เวลาให้ใด้ประโยชน์เสมอ ชีวิตของเขาผู้นั้นก็จะก้าวหน้าประสบความสำเร็จ มีความสุขและสันติสุขในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน นั่นคือประโยชน์ในปัจจุบันตามหลักพระพุทธศาสนา

                     ยังมีประโยชน์ในอนาคตเรียกว่า (สัมปรายิกัฏฐประโยชน์) นั่นคือการที่เราได้สร้างสมคุณงามความดีใว้ในโลกนี้โดยไม่ประมาทในวัยและชีวิต ได้แก่การสร้างบุญกุศลต่าง ๆ ให้ทานรักษาศิลปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่ธรรมซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ต่อผู้มีอุปการะคุณ ตลอดทั้งบำรุงพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง เพื่อประโยชน์สุขต่อชนเป็นอันมาก สร้างที่พึ่งให้กับจิตใจตนเองก่อนที่จะไม่ได้อยู่ในโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่อนิจังจะได้ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ในการเกิดมาเป็นมนุษย์ที่ได้พบพระพุทธศาสนาแล้วไม่ได้ฟังธรรมะสุภาษิตและหมดโอกาศ

                     จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่มีโอกาศมีเวลาในโลกอันน้อยนิดนี้รีบเสริมสร้างบุญกุศลแสงสว่างแห่งปัญญาในตอนเป็นมนุษย์อยู่นี้ อย่าต้องเสียดายและเสียใจในภายหลัง








หน้าหลัก   บริเวณสำนัก     เกี่ยวกับสำนัก    บริเวณที่พัก    พระวิทยากร     ภาพกิจกรรมล่าสุด